เป็นเรื่องน่ายินดีที่วิทยากลในเมืองไทย
ได้รับความนิยมมาเป็นเวลากว่า 100 ปี
จนมีผู้จัดตั้งเป็นสมาคมขึ้น ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5
สมาคมนักกลหลวง (Royal Magical Society)
ก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2419 โดย ผู้ที่เป็นประธานสมาคมคือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้าฟ้ากรมหลวงภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช (ต้นสกุลภาณุพันธุ์) ซึ่งทรงเป็นพระอนุชาแท้ๆ
ของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
"Royal Magical Society" แต่เดิมไม่มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทย
ใช้เขียนทับศัพท์ว่า "รอแยล มายิเกน โซไซเอตี" หรือ "รอแยล
มายิเกล โซไซเอตี" หรือ "รอยยัล มายิเกมต์ โซไซเอตี"
จนกระทั่ง ปีพุทธศักราช 2465 จึงได้เรียกเป็นชื่อภาษาไทยว่า "สมาคมนักกลหลวง"
โดย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีนักวิทยากลหลายท่าน อาทิ เช่น
-พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ์ (ต้นสกุล ชมภูนุช)
-พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ
-พระองค์เจ้าปฤษฎางค์
-กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
-หม่อมเจ้าประวิทย์ ชุมสาย
การแสดงวิทยากลในสมัยนั้น
ได้รับแบบอย่างจากประเทศแถบยุโรป ในช่วงเสด็จประพาสต้น และจากการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
ความนิยมในการแสดงวิทยากลสมัยนั้นมีสูงมาก ทุกครั้งที่มีการรื่นเริง
จะต้องมีการแสดงวิทยากลร่วมด้วยเสมอ เช่นบันทึกใน หนังสือ ลิลิตนิทราชาคริช
กล่าวไว้ว่า บางปี โปรดฯให้นัดแต่งพระองค์กันแปลกๆ (แฟนซี) บางปี โปรดฯให้พระบรมวงศานุวงศ์
และข้าราชการสมาคม"รอแยล มายิเกล โซไซเอตี" เล่นกล ฤาเล่นลครพูดเปนการรื่นเริงประจำปี
และบันทึกในหนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาคที่ 1 กล่าวไว้ว่า
หนนี้ พระองค์ทรงแต่งแฟนซีเปน ปชา (เจ้าเมืองตุรกี) เจ้านายองค์อื่นๆ
แต่งเปนขุนนางอังกฤษบ้าง รอบินฮู้ดบ้าง ชายครึ่งหญิงครึ่งบ้าง ฯลฯ
ครั้นเสวยแล้วจับฉลากของต่างๆ แล้วเล่นกลแลเซียเตอ (เล่นกล และ Theater)
ปีนี้เล่นเรื่อง อาลิบาบา ผู้เล่นกลมี กรมขุนเจริญผลฯ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์
เปนต้น พระองค์ทรงทอดพระเนตรการเล่นกลจบแล้ว ทรงตรัสว่า "แลกลนี้เล่นสนุกนัก"
นอกจากแสดงในงานรื่นเริงต่างๆแล้ว
สมาคมนักกลหลวง (Royal Magical Society) ยังเคยจัดประกวดแข่งขันวิทยากล
และได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ
จากสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานรางวัลต่างๆดังนี้
อันดับที่ 1. คือ
พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ์ ได้รางวัลดีโปมา (Diploma
หนังสือเกียรติคุณ)
เป็นแพรสีเหลือง
ที่ริมมีดิ้นทองสลับกัน มีตัวอักษรพิมพ์ในนั้น กับรางวัลหีบกาไหล่ทอง
และกล้องดูละคร
อันดับที่ 2. คือ
พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ "ช่างทำอุปกรณ์กล" ได้รางวัลเป็นแพรสีแดง
หีบวงเวียนหีบหนึ่ง
อันดับที่ 3. คือ
พระอมรวิไสยสรเดช ได้รางวัลเป็นแพรสีขาว กับลูกปืนสำหรับใส่บุหรี่ด้านใน
ในหนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาค 6 ได้มีบันทึกว่า
วันแรม 13 ค่ำ เดือน 4 จ.ศ. 1239 (พ.ศ. 2421)
สวดมนต์จบแล้ว(พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงซ้อมเล่นกล
จนเวลา 8 ทุ่ม จึงเสด็จขึ้น
|